หมวดหมู่ ‘ของดีบ้านเฮา’(โรงเรียนวัดห้วยแก้ว)

หมวดหมู่ ‘ของดีบ้านเฮา’

จิ้นส้ม(ชิ้นส้ม)

ชิ้น ส้ม คือแหนม อาจทำมาจากเนื้อสัตว์ต่าง ๆ เช่น เนื้อหมู เนื้อวัว เนื้อควาย เป็นต้น ซึ่งจะเรียกตามเนื้อสัตว์ที่นำมาทำเช่น ชิ้นส้มหมู ชิ้นส้มงัว ชิ้นส้มค่าง ( อ่าน ‘’ จิ้นส้มก้าง ‘’) สำหรับชิ้นส้มหมูบางแห่งเรียก หมูส้ม ปัจจุบันมักเรียกเป็นแหนมและยังมีแหนมซี่โครงหมู แหนมหูหมูด้วย กล่าวกันว่าสุดยอดของชิ้นส้มนั้นคือ ชิ้นส้มค่าง คือแหนมที่ทำจากเนื้อค่าง

การทำแหนมโดยทั่วไป
เนื้อที่นำมาทำต้องเป็นเนื้อแดงล้วน ๆ ถ้ามีพังผืดให้เลาะออกให้หมด นำมาสับแต่ไม่ให้ละเอียดจนเละ อาจใช้การบดก็ได้ ถ้าเป็นแหนมหมูจะต้มหนังหมูจนสุกแล้วหั่นบาง ๆ เป็นเส้น ๆ ไม่ยาวมาก กระเทียม แกะเอาเนื้อโขลกกับเกลือ และดินประสิวให้ละเอียด ข้าวสุกเอาล้างน้ำและสะเด็ดน้ำให้หมดแล้วเอามาคลุกกับกระเทียมเกลือ ดินประสิวที่โขลกไว้ เมื่อเข้ากันดีแล้วจึงเอาเนื้อที่สับไว้ลงคลุกเคล้าด้วยพร้อมกับพริกขี้หนู ลงไป ถ้าเป็นแหนมหมูจะเอาหนังหมูที่หั่นไว้ใส่ลงไปด้วย เมื่อคลุกเคล้าจนเข้ากันดีแล้วก็นำมาห่อ ซึ่งแต่เดิมมาจะใช้ใบตองก่อหลาย ๆชั้น แล้วมัดด้วยตอกให้แน่นอีกครั้ง แต่ปัจจุบันมีการนำมาอัดในซองพลาสติกแล้วมัดให้แน่นเช่นกัน เมื่อห่อแล้วเก็บไว้ราว ๓ – ๔ วัน ก็นำมารับประทานได้

การรับประทานแหนมโดยทั่วไปแต่ก่อนนั้นอาจกินกับข้าวนึ่งทั้งดิบ หมกไฟให้สุก หรือ ” ขั้ว ” คือผัดใส่ผักเพกาอ่อน เป็นต้น แต่ในระยะหลังนิยมใช้เป็นกับแกล้ม ซึ่งมักจะมี กระเทียม ผักซี พริกขี้หนู ถั่วลิสงคั่ว ขิงสด กินเป็นเครื่องเคียงไปด้วย นอกจากนี้ ยังใช้ปรุงเป็นอาหารอื่น ๆ ได้ เช่น ใช้ผักกับไข่ หรือใช้ใส่ แกงผักปังแกงผักแคบ (บ้างเรียกเจียวผักปัง เจียวผักแคบ) เนื่องจากแหนมสามารถเก็บไว้ได้หลายวัน จึงใช้เป็นเสบียงอาหารในเวลาเดินทางไกลได้ด้วย

ส้าจิ้น

อาหาร หรือกับแกล้มแนะนำครับ
ส้า จิ๊น คือส้าเนื้อ ส่วนผสมหลักคือ เนื้อควายหรือเนื้อวัวสด และเครื่องใน สำหรับเครื่องใน นิยมนำมาต้มก่อนปรุง ใช้เครื่องปรุง เป็นพริกลาบ เช่นเดียวกับลาบชนิดต่างๆ ถ้าทำเลี้ยงแขกตอนดึกหรือเช้าตรู่ สำหรับงานเลี้ยงที่มีการชำแหล่ะหมู วัว หรือควาย ส้าจิ๊นที่ทำตอนดึก เรียกกันว่า ส้าดึก

1. เนื้อควาย 200 กรัม
2. เครื่องใน 200 กรัม
3. พริกลาบ 3 ช้อนโต๊ะ
4. น้ำเพี้ยต้ม 2 ช้อนโต๊ะ
5. เกลือ 1 ช้อนโต๊ะ
6. หอมแดงซอย 2 ช้อนโต๊ะ
7. กระเทียมซอย 1 ช้อนโต๊ะ
8. ตะไคร้ซอย 2 ช้อนโต๊ะ
9. ผักไผ่ซอย 1 ถ้วย
10. ผักชีซอย 2 ช้อนโต๊ะ
11. ต้นหอมซอย 2 ช้อนโต๊ะ

แคบหมู

วันจันทร์, กันยายน 19th, 2011

แคบหมู เป็นอาหารไทยภาคเหนือที่เป็นที่รู้จักกันทั่วไป ทำมาจากส่วนของเนื้อหมูที่มีมัน ถ้าทำจากมันของวัวหรือควายเรียกแคบไข[1] ใช้รับประทานร่วมกับอาหารอื่นๆ เช่น น้ำพริก ขนมจีนน้ำ เงี้ยว หรือใช้เป็นส่วนผสมในการตำน้ำพริก หรือแกงบางชนิด เช่น ชาวล้านนาดั้งเดิม นิยมรับประทานแคบหมูเป็นอาหารหลักมากกว่าเป็นเครื่องเคียงและยังเป็น สินค้าotopของภาคเหนืออีกด้วย[2]

การทำไส้อั่ว

ไส้อั่ว เป็นอาหารพื้นเมืองทางภาคเหนือของประเทศไทย ปกติมักจะทำมาจากเนื้อหมูบด ผสมพริกแห้งกระเทียม ขมิ้น ข่า ใบมะกรูด หอมแดง และเครื่องปรุงรส แล้วกรอกลงไปในไส้หมู ที่เกลาจนบางแล้ว บิดให้เป็นท่อนพอประมาณ จากนั้นนำไปย่างให้เกรียม จะทำให้มีกลิ่นหอม ชวนรับประทาน สำหรับผู้ที่เป็นชาวมุสลิมหรือไม่ประสงค์ที่จะรับประทานหมูด้วยเหตุผลใดๆก็ ตามอาจจะดัดแปลงใช้เนื้อสัตว์ชนิดอื่นแล้วก็กรอกเข้าไปในไส้สัตว์ชนิดอื่นหรือไส้เทียมแทนก็ได้

ลาบเมือง

ลาบเมือง นอกจากจะเป็นอาหารพื้นเมืองยอดฮิตของคนล้านนาแล้ว ยังพบว่าลาบมีบทบาทเสริมส่งในด้านความเชื่อและวิถีชีวิตคนเมืองหลายประการ เช่น ลาบเป็นอาหารคู่กับเหล้า เชื่อว่าถ้ากินลาบกับเหล้าจะมีสรรพคุณพิเศษเป็นยาชูกำลัง ขณะเดียวกันลาบ ยังเป็นอาหารคู่กับลูกผู้ชาย เกิดเป็นชายต้องกินลาบ ประการสุดท้าย ลาบเป็นอาหารพิเศษ นิยมทำกินในโอกาสสำคัญและยังมีราคาแพง ในงานสำคัญ ดังกล่าวลาบจึงถูกนำมาเลี้ยงต้อนรับแขก แสดงถึงการเลี้ยงด้วยความเต็มใจ บางคนกล่าวการที่ถูกเลี้ยงด้วยลาบถือว่าเป็นเกียรติอย่างสูง

วัฒนธรรม พื้นบ้านของคนเหนือนอกจากการแสดงฟ้อนรำที่อ่อนช้อย ภาษาพูดที่ไพเราะเสนาะหูและการแต่งกายที่เป็นเอกลักษณ์ด้วยแล้ว สำรับกับข้าวของคนเมืองก็ดูจะเป็นวัฒนธรรมการกินอย่างหนึ่งที่สืบทอดจาก บรรพบุรุษมาช้านาน เพราะอาหารเป็นสิ่งสะท้อนให้เห็นถึงวัฒนธรรมและวิถีชีวิตของชาวเมืองนั้น ๆ

เชียงใหม่ เองก็มีอาหารท้องถิ่นที่ขึ้นชื่ออยู่หลายอย่าง ซึ่งส่วนใหญ่แล้วคนเชียงใหม่จะนิยมรับประทานข้าวเหนียวเป็นอาหารหลัก โดยจะกินคู่กับอาหารซึ่งนำมาทำเป็นแกงต่าง ๆ รวมถึงอาหารประเภทคั่วหรือผัด นอกจากนั้นยังมีอาหารอีกประเภทหนึ่ง ซึ่งถือว่าเป็นอาหารยอดฮิตติดปากของคนเมืองล้านนา นั่นก็คือ “ลาบ”

ในสารานุกรมวัฒนธรรมไทยภาคเหนือ ฉบับล้านนา กล่าวถึง ลาบ ว่าเป็นกริยาชนิดหนึ่ง หมายถึงการสับให้ละเอียด ลาบเป็นที่รู้จักในฐานะของอาหารประเภทหนึ่งซึ่งได้รับความนิยมแพร่หลายรับ ประทานได้ตั้งแต่ขุนนางคหบดีจนถึงชาวบ้านธรรมดาทั่วไป

คนล้านนา มีการทำลาบกินมาตั้งแต่เมื่อใดไม่ปรากฏหลักฐานชัดเจน แต่จากการคาดคะเนน่าจะมีมานานไม่ต่ำกว่า 300 ปี ลาบเป็นอาหารที่นิยมทำกินในงานเลี้ยงหรือในเทศกาลต่าง ๆ ส่วนประกอบหลักของลาบคือทำมาจากเนื้อสัตว์สด ที่พบทั่วไปมีหลายชนิดด้วยกัน เช่นทำจากเนื้อหมู เรียกว่า ลาบหมู ทำจากเนื้อปลา เรียกว่า ลาบปลา ทำจากเนื้อไก่ เรียกว่า ลาบไก่ ที่นิยมมากที่สุดคือทำมาจากเนื้อควาย เรียกว่า ลาบควาย