วิจัย(โรงเรียนแม่ปะวิทยาคม)

วิจัย

เรียนให้เป็นเรียน เรียนอย่างไรในยุคดิจิตอล

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลการอบรม หลักสูตร เรียนให้เป็นเรียน เรียนอย่างไรในยุคดิจิตอลและเพื่อศึกษาความพึงพอใจที่มีต่อการจัดกิจกรรม
ผลการวิจัยพบว่า
ตอนที่ 1 ผลการอบรม หลักสูตร เรียนให้เป็นเรียน เรียนอย่างไรในยุคดิจิตอล ซึ่งมีรายละเอียดดังต่อไปนี้
1. รูปแบบการขยายผลให้กับนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 จำนวน 130 คน โดยให้ผู้เรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 2 คน ออกแบบการสร้างภาพยนตร์ โดยให้ม.5/1 ทำเรื่องเกี่ยวกับภูมิปัญญาท้องถิ่นที่เกี่ยวข้องกับหลักการทางฟิสิกส์ และม.5/2 – 4 ให้ทำเรื่องเกี่ยวกับการประกอบอาชีพอิสระในท้องถิ่นของตนเอง แล้วนำข้อมูลมาสร้างเป็นไฟล์วิดิโอ แล้วเผยแพร่ผลงานผ่านทางhttp://www.facebook.com แล้วให้เพื่อน ๆ หรือผู้สนใจเข้ามาแสดงความคิดเห็น ผู้สอนประเมินผลงานผู้เรียน พร้อมทั้งให้นักเรียนประเมินผลการทำงานของตนเอง ซึ่งโดยภาพรวมนักเรียนสามารถปฏิบัติตามกิจกรรมได้ตามระยะเวลาที่กำหนด
2. รูปแบบการขยายผลให้กับนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 จำนวน 87 คน โดยให้ผู้เรียนค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับภูมิปัญญาท้องถิ่นที่ต้องการนำมาออกแบบใหม่โดยใช้โปรแกรม Pro/Desktop (เป็นโปรแกรมที่ใช้ในการออกแบบเครื่องใช้ในลักษณะสามมิติ) ผู้เรียนสมัครใช้บริการ http://www.youtube.com แล้วเผยแพร่ไฟล์วีดิโอที่ผู้เรียนออกแบบไว้ แล้วให้ผู้เรียนนำข้อมูลทั้งหมดสร้างเว็บไซด์เพื่อเผยแพร่ผลงานของตนเองโดยใช้โปรแกรม KompoZer พร้อมทั้งเชื่อมโยงไฟล์วีดิโอจาก http://www.youtube.com พร้อมทั้งเขียนเผยแพร่ผลงานผ่านทางอีเมล์และโพสข้อความผ่านทาง http://www.facebook.com แล้วให้เพื่อน ๆ หรือผู้สนใจเข้ามาแสดงความคิดเห็น หลังจากนั้นผู้สอนประเมินผลงานผู้เรียน พร้อมทั้งให้นักเรียนประเมินผลการทำงานของตนเอง ซึ่งโดยภาพรวมนักเรียนสามารถปฏิบัติตามกิจกรรมได้ตามระยะเวลาที่กำหนด
ตอนที่ 2 ผลการประเมินความพึงพอใจที่มีต่อการจัดกิจกรรมในครั้งนี้
1. โดยภาพรวมจากการประเมินการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน พบว่า มีการเตรียมความพร้อมในด้านสถานที่ และด้านวิชาการอยู่ในระดับดีมาก แต่ในส่วนของการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนนั้นอยู่ในระดับดี
2. จากการสังเกตพฤติกรรมของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 จะเห็นได้ว่า นักเรียนมากกว่าร้อยละ 80 ฟังอย่างตั้งใจ มีความกระตือรือร้น และเชื่อว่าสิ่งที่ปฏิบัติเป็นประโยชน์และสามารถนำไปใช้ในชีวิตจริงได้

 

งานวิจัยในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาทักษะการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ หลักสูตร การเขียนโปรแกรมควบคุมหุ่นยนต์แบบเสมือนโรโบโค้ด และศึกษาความพึงพอใจต่อการจัดค่ายคอมพิวเตอร์
ผลการวิจัย พบว่า
1. ก่อนการร่วมกิจกรรม นักเรียนไม่มีพื้นฐานในการพัฒนาทักษะด้านการเขียนโปรแกรม และคาดหวังว่า จะได้รับความรู้ในการเขียนโปรแกรมมากขึ้น

2. ภายหลังการทำกิจกรรม นักเรียนส่วนใหญ่สามารถพัฒนาทักษะการเขียนโปรแกรมได้ดี อาจเป็นเพราะลักษณะของการใช้โปรแกรม Robocode นั้น เป็นคำศัพท์ภาษาอังกฤษแบบง่าย ๆ นักเรียนสามารถเรียนรู้ได้ด้วยตนเอง ระหว่างการทำกิจกรรมนักเรียนสามารถปรึกษาเพื่อน และครูผู้สอนได้ตลอดเวลา จึงทำให้บรรยากาศในการเขียนโปรแกรมของนักเรียนมีแต่ความสนุกสนานและความท้าทายที่จะพัฒนาหุ่นยนต์ของตนเอง รายละเอียดเพิ่มเติม…